เลือกเต็นท์อย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน ตอน 2 (ผ้าเต็นท์)

เลือกเต็นท์อย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน ตอน 2 (ผ้าเต็นท์)

เลือกเต็นท์อย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ในบทความเกี่ยวกับเต็นท์ตอนที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงการเลือกเต็นท์ที่เหมาะสมกับการใช้งานโดยพิจารณาถึงประเภท (แบบ 3, 3+, และ 4 ฤดู) นอกจากนั้นเรายังแนะนำขนาดของเต็นท์ที่ใช้งานได้อย่างสบายมีที่สำหรับยืดแข้งยืดขา และไม่ใหญ่เกินไปจนทำให้เต็นท์หนักโดยใช่เหตุ เต็นท์ที่ดีนั้นต้องได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรง น้ำหนักเบา ทนต่อลม ฝน แดด หิมะได้เป็นอย่างดี ปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้เต็นท์สักหลังทำหน้าที่อย่างที่ว่าได้คือผ้าที่นำมาตัดเย็บเต็นท์ต้องคุณสมบัติที่เหมาะสม ทนทานและกันน้ำได้ดี ในบทความนี้เราจะนำท่านผู้อ่านไปรู้จักกับวัสดุชนิดต่างๆที่ใช้ตัดเย็บเต็นท์ที่มีขายในท้องตลาด ความเข้าใจในวัสดุที่นำมาทำเต็นท์จะทำให้เราสามารถเลือกเต็นท์ที่ตอบโจทย์กับสภาพการใช้(งานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ชนิดของผ้าเต็นท์

ผ้าที่นำมาตัดเย็บเต็นท์ประกอบด้วยสองส่วนคือส่วนทึบและส่วนที่เป็นตาข่ายหรือมุ้ง อย่างที่ได้เกริ่นไปในตอนที่แล้วส่วนของเต็นท์ที่เป็นตาข่ายนั้นโดยปกติจะอยู่กับเต็นท์ภายในในหรือคาโนปี ผ้าแบบมุ้งแบบตาห่างจะระบายอากาศได้ดีและเหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทยมากกว่าผ้าแบบที่ตาชิดๆ ถ้าให้เราแนะนำก็เอาที่แบบใหญ่สุดที่ยุงและแมลงอื่นๆบินเข้ามาไม่ได้ครับ เช่น ช่องกว้างเท่ากับ 1.5 ถึง 1.7 มิลลิเมตร ก็น่าจะโอเคครับ ผ้ามุ้งอาจจะใช้วัสดุเดียวกับส่วนทึบของเต็นท์ก็ได้นะครับแต่จะสานด้ายให้เป็นตาช่องข่ายแทน (โดยเฉพาะเต็นท์พวก ultra lightweight ที่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบามากๆ ผ้าทั้งส่วนมุ้งและส่วนทึบเลยต้องเป็นวัสดุเบามากทั้งคู่)

ความแตกต่างของผ้า 10D ไนลอน (สีฟ้า) ผ้า 300D (สีเขียว) และ ผ้า 10 D ไมโครเมช(สีน้ำเงิน)

แต่จะว่าไปแล้วผ้าส่วนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเต็นท์มากที่สุดก็จะเป็นส่วนทึบครับ เพราะเป็นส่วนพื้นเต็นท์และผ้าคลุมด้านบนซึ่งเป็นส่วนที่ป้องกันเราจากลมและฝนจริงๆ คุณสมบัติหลักที่ผ้าส่วนทึบต้องมีคือ กันน้ำได้ดี เบา มีความยืดหยุ่นพับได้ ทนการดึงการฉีกขาดได้ ไม่เสื่อมสภาพจากแสงแดด น้ำและอุณหภูมิเร็วเกินไปนัก วัสดุที่เข้าเกณฑ์หาได้ง่ายและราคาไม่แพงนักก็มี 2 ชนิดคือ1) ไนลอน และ 2) โพลีเอสเตอร์ แม้จะทำงานได้ดีทั้งคู่แต่ถ้าจะเอามาเปรียบกันตัวต่อตัวแล้วจะพบว่าโพลีเอสเตอร์จะทนทานและยืดตัวเมื่อถูกดึงน้อยกว่าไนลอน (เช่น เต็นท์ที่เป็นผ้าไนลอนนั้นเมื่อกางและขึงเชือกตึงแล้วใช้งานสักพักผ้าอาจจะยืดออกเล็กน้อยทำให้ตัวเต็นท์ดูหย่อนลง เราเลยต้องปรับความตึงของเต็นท์อยู่เรื่อยๆ ครับ) นอกจากนั้นโพลีเอสเตอร์ยังเสื่อมสภาพจากแดดน้อยกว่าและกันน้ำได้ดีกว่าไนลอน แต่ที่เล่าไปไม่ได้หมายความว่าไนลอนหาส่วนดีไม่ได้เลยนะครับ ข้อดีที่สำคัญมากของไนลอนคือน้ำหนักเบากว่าโพลีเอสเตอร์มาก และจะพริ้วตัวกว่า ซึ่งในปัจจุบันผู้ผลิตสามารถเคลือบไนลอนด้วยสารเคมีที่ทำให้ผ้าไนลอนมีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างหรือดีกว่าโพลีเอสเตอร์ได้เสียอีก ในขณะที่น้ำหนักก็เบามากกว่า

สเป็กของผ้าเต็นท์ (ไม่ว่าจะเป็นไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์) จะมีเลขกำกับอยู่ 2 ตัว ตัวนึงจะตามหลังด้วยอักษร D (denier) เช่น 20D ตัว D เป็นหน่วยวัดความหนาหรือน้ำหนักของด้ายต่อหน่วยความยาวที่นำมาทอเป็นผ้า ยิ่งเลขหน้า D มากผ้าจะมีความหนาทนทานและทนต่อการฉีกขาดได้ดี เลขอีกตัวหนึ่งจะตามด้วยอักษร T (thread per inch) เช่น 210T เลขตัว T นั้นใช้นับจำนวนเส้นใยหรือด้ายในหนึ่งพื้นที่ตารางนิ้ว เลขนี้ยิ่งเยอะจะถือว่าผ้าทอมีเส้นใยชิดแน่น สรุปง่ายๆคือถ้าตัวเลขกำกับทั้งสองเยอะผ้าจะทนทาน ไม่ยืดมากเมื่อถูกดึงแต่จะหนัก เมื่อผ้าหนักน้ำหนักรวมของเต็นท์ก็เพิ่มขึ้นด้วยครับ

โดยปกติพื้นเต็นท์ต้องเจอน้ำหนักของตัวเรากดลงไปกับสภาพพื้นหลายแบบตั้งแต่เรียบจนถึงขรุขระจากก้อนหินหรือไม่ก็รากไม้ เพราะฉะนั้นส่วนพื้นต้องแข็งแรงและทนการฉีกขาดได้เป็นอย่างดีครับ แนวทางออกแบบพื้นเต็นท์จะมีอยู่สองวิธี 1) ใช้ผ้าที่แข็งแรงขึ้นสำหรับเป็นส่วนพื้น เข่นผ้า 60D หรือ 330T เป็นต้น ดีไซน์แบบนี้จะหนักกว่าเล็กน้อย 2) ใช้ผ้าบางเหมือนกับส่วนบนของเต็นท์ (สำหรับเต็นท์พวก ultra lightweight) และใช้แผ่นปูพื้น (ground sheet) รองก่อนเพื่อยืดอายุการใช้งานของเต็นท์ครับ ถ้าเอาเต็นท์แบบนี้ไปใช้ที่พื้นเรียบๆอาจไม่ต้องใช้ผ้าปูรองพื้นก็ได้จะได้เบาลงจะว่าไปแล้วผ้าปูรองพื้นควรจะใช้เต็นท์ทุกแบบอยู่แล้วนะครับเพราะจะทำให้เต็นท์เสื่อมสภาพจากการใช้งานช้าลง แต่อย่าลืมว่าจะทำให้น้ำหนักรวมของเต็นท์เพิ่มขึ้นเช่นกัน หากท่านผู้อ่านชอบขับรถไปตั้งแคมป์ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นอะไรที่ต้องนึกถึง แต่ถ้าเป็นนักเดินป่าที่ต้องแบกสัมภาระเองทั้งทาง ไปแต่ละที 5 วัน 7 วัน ก็อาจจะพิจารณาน้ำหนักให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกใช้เต็นท์หลังไหนนะครับ

เคลือบกันน้ำ

ผ้าเต็นท์ที่ดีต้องได้รับการเคลือบกันน้ำนะครับ คือเมื่อเคลือบแล้วเวลาโดนน้ำผ้าจะ 1) ไม่ดูดซับน้ำไว้ 2) ไม่ยอมให้น้ำผ่านได้ถ้าแรงดันน้ำยังไม่เกินค่าที่ออกแบบไว้ (หน่วยวัดที่ใช้ทั่วๆไปเป็น มิลลิเมตร ดูในบทความของร้านพีทแอนด์พอลเรื่องเต็นท์กันน้ำได้มากน้อยแค่ไหนดูอย่างไร) 3) ทำให้น้ำรวมตัวกันเป็นหยด และไหลออกจากผ้าเต็นท์ได้ง่าย (นึกถึงน้ำกลิ้งบนใบบอน แบบนั้นเลยครับ) นอกจากนั้นการเคลือบจะทำให้ผ้าเต็นท์ทนทานและรับแรงดึงได้ดีขึ้น และยืดตัวน้อยลงอีกอีกด้วย สำหรับเต็นท์ทั่วไปวัสดุที่นำมาเคลือบนั้นจะเป็นโพลียูรีเทน (polyurethane หรือเขียนสั้นๆว่า PU) ผ้าที่เคลือบ PU นั้นหาได้ทั่วไป เต็นท์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าชนิดนี้จะราคาไม่สูงมากๆ (ภาษาอังกฤษจะเรียก entry-level tent ครับ) ที่จริงแล้วเคลือบ PU ก็ใช้งานทั่วๆไปโอเค แต่จากประสบการณ์เค้าพบกันว่าเมื่อเวลาผ่านไป เช่น 4-5 ปี เคลือบ PU จะเริ่มเสื่อมสภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปฏิกิริยาเคมีกับน้ำ (ศัพท์เทคนิค คือ hydrolysis) ซึ่งเป็นธรรมชาติของวัสดุประเภทนี้ อีกอย่างหนึ่งตอนเคลือบ PU ต้องทำที่อุณหภูมิสูงทำให้ผ้าใยสังเคาะห์ไม่ว่าจะเป็นไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์เสื่อมสภาพลงระดับหนึ่งจากกระบวนการผลิตนี้ เราสามารถเพิ่มอายุการใช้งานของเคลือบ PU โดยการผสมโพลีอีเธอร์ (polyether) เข้าไป เคลือบชนิดนีทำให้วัตถุดิบที่นำมาตัดเย็บเต็นท์มีราคาสูงขึ้นนิดหน่อย

ผ้าไนลอนแบบป้องกันการขาดรูด เคลือบกันน้ำทำให้ไม่ดูดซับน้ำ ทำให้น้ำกลายเป็นหยดและไหลออกจากผ้าได้ง่าย

การเคลือบกันน้ำอีกชนิดหนึ่งที่ผู้ผลิตเต็นท์นิยมใช้คือเคลือบซิลิโคน (silicone elastomer) ปกติจะใช้เคลือบผ้าไนลอน (คำเรียกเฉพาะคือ SilNylon) การเคลือบพวกนี้จะไม่ใช่การเคลือบที่ผิวเหมือนกับการเคลือบโพลียูรีเทน แต่จะคล้ายๆกับการปรับปรุงคุณสมบัติของเส้นใยไนลอนเสียมากกว่า เพราะซิลิโคนจะซึมลึกไปถึงเส้นใยช่วยเพิ่มกำลังรับแรงดึงของผ้าไนลอนและจะกันน้ำได้ดีมาก ผ้าเคลือบแบบนี้จะสัมผัสลื่นกว่า PU ดังนั้นข้อดีคือน้ำบนผิวผ้าจะจับเป็นหยดและไหลออกไปจากแผ่นได้ง่ายโดยไม่ซึมเข้าไปในแผ่นเสียก่อน อีกอย่างหนึ่งคือถ้าใช้เดินทางไปที่ๆมีหิมะตกหิมะที่ตกทับบนเต็นท์จะเลื่อนหลุดออกมาได้ง่าย ซิลิโคนนั้นเคลือบที่อุณหภูมิปกติเพราะฉะนั้นผ้าจะไม่เสื่อมสภาพจากความร้อนเหมือนกรณีของ PU อย่างที่บอกนะครับเนื่องจากผ้าไนลอนที่เคลือบด้วยซิลิโคนนั้นลื่นมาก เพราะฉะนั้นจะเกิดปัญหาอย่างหนึ่งตามมาคือตามรอยตะเข็บผ้าจะไม่สามารถซีลกันน้ำด้วยเทปได้ อย่างที่ใช้กับผ้าเคลือบโพลียูรีเทน เพราะเทปกันน้ำที่ใช้กันตามตะเข็บแบบนี้จะติดไม่อยู่ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็เลยใช้วิธีเคลือบซิลิโคนบนผ้าไนลอนไว้ที่ผิวด้านนอกและเคลือบ PU ที่ผิวด้านใน เนื่องจาก PU ไม่ลื่นมากจึงทำให้ติดเทปกันน้ำบริเวณตะเข็บผ้าด้านในได้ แต่อาจจะต้องแลกกับผ้าที่เสื่อมสภาพลงเล็กน้อย จนมาถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าโลกนี้ช่างไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบซะเลย ขาดนู่นขาดนี่ตลอด ซึ่งก็เห็นจะจริงอยู่นะครับโดยเฉพาะกับกรณีของผ้าเต็นท์นี่แหล่ะ ได้อย่างจะเสียอีกอย่างเสมอไม่ว่าจะใช้แบบแพงแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นเราก็เลือกเอาที่สภาพการใช้งาน น้ำหนักแล้วก็ราคาที่เหมาะกับตัวเราที่สุดแล้วกันนะครับ

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเคลือบซิลิโคนด้านเดียว ก็ต้องมีเคลือบ 2 ข้าง ซึ่งเต็นท์ที่เคลือบซิลิโคน 2 ข้าง จะราคาค่อนข้างสูง และจะไม่มีการซีลตามแนวตะเข็บด้านในมาให้ เนื่องจากไม่สามารถติดเทปซีลได้ ตามเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น เพราะฉะนั้นเวลาซื้อเต็นท์หรือทาร์ปที่เป็นผ้าเคลือบซิลิโคน 2 ด้าน ผู้ผลิตก็มักจะแถมกาวซีลมาให้เอาไปทากันน้ำตามแนวตะเข็บกันเอง  คุณสมบัติของผ้าไนลอนที่เคลือบซิลิโคน 2 ข้าง ก็จะมีน้ำหนักที่เบาขึ้น กันน้ำได้ดีขึ้น  แห้งเร็วขึ้น มีความแข็งแรงทนแรงดึงได้มากขึ้น อายุการใช้งานที่นานขึ้น แต่ก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ เรื่องของการระบายของอากาศผ่านผ้าจะลดลง ซึ่งอาจะทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจากการหายใจของคนที่นอนมากขึ้น ซึ่งก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบเต็นท์ให้มีการไหลเวียนของอากาศที่ดี

เต็นท์ที่เคลือบซิลิโคน 2 ด้านจะมีราคาแพงกว่าเคลือบซิลิโคนด้านเดียวนะครับ โดยข้อสังเกตุง่ายๆ ในการแยกว่าผ้าเต็นท์ที่เรากำลังพิจารณาเป็นผ้าเคลือบซิลิโคนด้านเดียวหรือ 2 ด้าน ให้สังเกตุที่โลโก้ของเต็นท์ เนื่องจากซิลิโคนมันลื่นมาก จะไม่สามารถพิมพ์โลโก้บนด้านที่มีเคลือบซิลิโคนได้ เลยเป็นสาเหตุให้ผู้ผลิตเต็นท์ต้องเลี่ยงไปพิมพ์โลโก้แบรนด์ด้านในเต็นท์ที่เป็นส่วนที่เคลือบโพลียูรีเทนแทน ซึ่งก็จะส่งผลให้ชื่อแบรนด์ที่พิมพ์ด้านในต้องพิมพ์กลับด้าน เพื่อให้เวลาคนมองจากด้านนอกเข้าไปจะเห็นเป็นโลโก้แบรนด์ที่ถูกต้องสีดำจางๆ แทน ส่วนผ้าที่เคลือบซิลิโคน 2 ด้านก็จะมีการพิมพ์โลโก้ลงไป อาจจะไปใช้วิธีเย็บผ้าที่เป็นฉลากเล็กๆ ติดเข้าไป เป็นต้นครับ แต่อย่าดูแต่การพิมพ์ลายอย่างเดียวนะครับ ให้ลองสัมผัสผ้าดูด้วย ด้านที่เคลือบซิลิโคนจะมีความลื่นมากกว่า ลองเอาสก็อตเทปไปแปะดูจะเห็นว่าแปะไม่อยู่ ในขณะที่ด้านที่เคลือบโพลียูรีเทนจะแปะติดได้แน่นกว่า

ผ้าไนลอนเคลือบซิลิโคนจะมีความลื่นทำให้หิมะไม่จับและไหลออกจากเต็นท์ได้ง่าย

ผ้าไนลอนบางชนิดจะถูกออกแบบมาให้กันการฉีกขาดได้ดีขึ้น คือถ้าเกิดรอยขาดขึ้นแล้วจะไม่ฉีกรูดไปเรื่อยๆเมื่อถูกดึง (rip-stop fabric) สังเกตุได้ง่ายๆคือในเนื้อผ้าจะเสริมด้ายให้หนาขึ้นเป็นช่วงๆทั้งสองแนวแกน เราเลยจะเห็นเป็นช่องๆ เหมือนตาข่ายถี่ๆอยู่บนเนื้อผ้า เต็นท์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าชนิดนี้ก็จะมีความทนทานสูงขึ้น ปกติเต็นท์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไนลอนเคลือบซิลิโคนจะมีราคาสูงกว่าเต็นท์ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์เคลือบ PU ไม่ว่าจะเคลือบด้วยอะไรก็แล้วแต่ทางร้านเราแนะนำให้เลือกเต็นท์ผู้ผลิตรับประกันว่ากันน้ำมากกว่า 3000 มม ขึ้นไปสำหรับการใช้งานในเมืองไทยนะครับ ในส่วนนี้ต้องซีเรียสนิดนึงครับเพราะจะว่าไปแล้วบ้านเราฝนตกเยอะเอาการนะครับ มาถึงตอนนี้ผู้อ่านน่าจะเข้าใจสเป็กของผ้าเต้นท์ดีระดับหนึ่งแล้ว ผมยกตัวอย่างนะครับ ถ้าเราไปร้านอุปกรณ์เอาต์ดอร์แล้วเต็นท์ที่เราดูมีอธิบายเกี่ยวกับวัสดุว่า

“20D x 330T rip-stop nylon 1200mm Durashield™ polyurethane & silicone”

อย่างนี้ก็บอกได้เลยครับว่า เต็นท์หลังนี้ทำจากผ้าไนลอนแบบป้องกันการขาดรูด เป็นผ้า 20 D ทอถี่ 330 เส้นใยต่อทิศทางในหนึ่งตารางนิ้ว เคลือบกันน้ำยี่ห้อ Durashield เคลือบซิลิโคนด้านนอกและ PU ด้านใน กันน้ำได้ 1200 มิลลิเมตร ครับ เห็นมั้ยครับ ง่ายนิดเดียว

เต็นท์คิวเบน

วัสดุอีกชนิดหนึ่งที่นำมาทำเต็นท์คือผ้าคิวเบน (cuben fiber) ผ้าชนิดนี้เป็นวัสดุสมรรถนะสูง ทนแรงดึงกว่าไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์หลายสิบเท่า มีน้ำหนักเบาและกันแสง UV ได้อย่างยอดเยี่ยม (ไม่เสื่อมสภาพจาก UV) ผ้าชนิดนี้ถือเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงสุดที่ใช้กันในวงการอุปกรณ์เอาต์ดอร์ ผ้าคิวเบนมีชื่อทางเทคนิคว่า non-woven dyneema (NWD) เป็นผ้าที่ยืดตัวน้อยมาก เต็นท์ที่ทำจากผ้าชนิดนี้จะไม่หย่อนแม้จะรับแรงดึงนาน (ไม่เหมือนไนลอน) เลยไม่ต้องมาดึงเชือกใหม่ให้เต็นท์ตึงอยู่เรื่อยๆนะครับ หากไม่รวมน้ำหนักโครง เต็นท์ผ้าคิวเบนเบากว่าไนลอนเกินกว่าครึ่งหนึ่งที่ขนาดเท่ากัน ยกตัวอย่าง เต็นท์นอนสามคนของ Tarptent ซึ่งมีขนาดกว้างขวาง ทำจากผ้าคิวเบนหนักเพียงแค่ 700 กรัมเท่านั้น (ราคาที่ประเทศสหรํฐอเมริกาขายอยู่ประมาณ 24,000 บาท เมื่อคิดเป็นเงินไทย)

ผ้าคิวเบนมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อการเสื่อมสภาพจากรังสี UV ได้ดี ตัวผ้าจะโปร่งแสงสามารถมองทะลุรางๆได้

อย่างไรก็ตามผ้ามีชนิดนี้ราคาแพงมากเต็นท์ที่ตัดเย็บจากผ้าคิวเบนจึงราคาสูงและถือเป็นของระดับไฮเอนด์ในวงการ ลักษณะไม่เหมือนใครอย่างหนึ่งคือผ้าชนิดนี้คือโปร่งแสง คือมองทะลุได้บ้าง เช่นนอนกลางคืนอาจจะเห็นพระจันทร์หรือดาวรางๆได้ แบบนี้บางคนอาจจะไม่ชอบเลยเพราะถือความเป็นส่วนตัวลดลงนั่นคือคนอื่นมองเข้ามาแล้วเห็นกิจกรรมต่างๆของเราภายในของเต็นท์ได้ ถ้าไม่ติดว่าราคาแพงมากและโปร่งแสงผ้าคิวเบนน่าจะมีข้อด้อยอยู่ประการเดียวคือทนความร้อนได้ต่ำ เพราะฉะนั้นเวลาจุดไฟทำอาหารหรือสำหรับผิงใกล้ๆเต็นท์หรือบริเวณ vestibule ของเต็นท์จะต้องระวังให้มากๆนะครับ ไม่งั้นผ้าเต็นท์อาจจะหยิกงอเสียรูปจากความร้อนได้ มีของแพงขนาดนี้ต้องทะนุถนอมให้ดีนะๆครับ

ลักษณะภายนอกของเต็นท์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าคิวเบน

เสาเต็นท์ หรือ โครงเต็นท์

ส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกจากผ้าเต็นท์ ก็คือ เสา หรือว่าโครงของเต็นท์ครับ ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทำให้เต็นท์มันตั้งได้ โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

  • พวกตั้งได้เอง พวกนี้จะเรียกว่าเป็นเต็นท์แบบ Free Standing ซึ่งหมายถึง เราสามารถกางเต็นท์แล้วเต็นท์ตั้งอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สมอบก ซึ่งทำให้สามารถกางบนพื้นที่ไม่สามารถปักสมอบกได้ เช่น บนพื้นปูน พื้นไม้ เช่นในบ้าน หรือศาลาวัดครับ
  • พวกตั้งเองไม่ได้ ต้องใช้สมอยึด พวกนี้จะเรียกว่า Non-Free Standing ซึ่งเต็นท์กลุ่มนี้จะกางได้ทรง ก็ต่อเมื่อมีการยึดโครงไว้ด้วยสมอบกครับ

ตัวโครงเต็นท์ที่ดีจะมีคุณสมบัติที่สำคัญอยู่ 2 ประการคือ 1) ความยืดหยุ่น เพราะเสาต้องโค้งรับกับโครงสร้างเต็นท์ได้ เราคงเคยเห็นเสาเต็นท์ที่แทบจะโค้งเป็นครึ่งวงกลมได้เลย 2) ความแข็งแรงทนทาน เพราะเสาเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักของเต็นท์และแรงที่เกิดจากสภาพแวดล้อมนอกเต็นท์ได้ด้วย เช่น ฝนตก ลมแรง หิมะตก เป็นต้น  3) น้ำหนักเบา แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะแบกเต็นท์เสาเหล็กที่มีน้ำหนักมากไปแน่นอนครับ  ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้ในการทำโครงเต็นท์ที่เข้าข่ายคุณสมบัติข้างต้น ก็ได้แก่ ไฟเบอร์กลาส กับอลูมิเนียม ครับ

  • ถ้ามองในเรื่องความแข็งแรง ความแข็งแรงของท่อจะขึ้นอยู่กับความหนาของท่อเอง ซึ่งอลูมิเนียมจะมีความแข็งแรงมากกว่า ถ้าจะให้ไฟเบอร์กลาสแข็งแรงเท่าอลูมิเนียมจำเป็นต้องมีความหนามากกว่า ซึ่งก็จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นด้วย อีกทั้งถ้าเจออากาศเย็นจัดๆ ไฟเบอร์กลาสมีโอกาสแตกได้ เป็นสาเหตุว่าทำไมเต็นท์ที่ใช้เสาไฟเบอร์กลาสจะใช้กับเต็นท์ 3 ฤดูเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามไฟเบอร์กลาสก็มีโอกาสที่จะแตกหักได้มากกว่า
  • ในเรื่องของความคงทน ไฟเบอร์กลาสจะแตกหักได้ ในขณะที่อลูมิเนียมจะโค้งงอ หรือเสียรูป ทำให้การซ่อมไฟเบอร์กลาสในกรณีฉุกเฉินทำได้ยากกว่า
  • เรื่องน้ำหนักถ้าเทียบที่ความแข็งแรงเท่ากัน อลูมิเนียมจะมีน้ำหนักที่เบากว่า ด้วยเหตุผลข้างต้นที่กล่าวไปแล้ว
  • เมื่อเทียบราคา เสาอลูมิเนียมจะมีราคาที่แพงกว่าจะใช้กับเต็นท์ที่ราคาสูง ในขณะที่เสาไฟเบอร์กลาสจะใช้กับเต็นท์ที่ราคาไม่แพงนัก

เสาแบบไฟเบอร์กลาส

เสาแบบอลูมิเนียม

  • โดยสรุปแล้ว อลูมิเนียมจะถือเป็นวัสดุเกรดสูงกว่าในการทำโครงเต็นท์ ด้วยสาเหตุว่าน้ำหนักเบา และมีความคงทนมากกว่า สามารถโค้งตัวรับกับโครงสร้างของเต็นท์ได้ดีกว่าครับ ถ้าใครมองหาเต็นท์ที่เกรดสูงหน่อย คงทน และน้ำหนักเบาก็แนะนำมองหาเสาอลูมิเนียมก่อนเลยครับ

บทส่งท้าย

ในบทความนี้ร้านพีทแอนด์พอลได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำเต็นท์ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด อ่านบทความเกี่ยวกับเต็นท์ตอนที่ 2 นี้จบ เราเชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเต็นท์ดีในระดับนึงแล้วนะครับ ท่านน่าจะเลือกซื้อเต้นท์ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นใจโดยอิงตามหลักการและความรู้ที่ถูกต้อง จะได้เต็นท์ที่เหมาะกับสภาพการใช้งานที่คาดหมายไว้ และด้วยราคาเหมาะสม คุ้มค่ากับการลงทุน

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมา พบกันในบทความหน้าหรือไม่ก็บน trail ครับ

พอล

อ่านแล้วงง เลือกไม่ถูก สอบถามเราได้ครับ

จริงๆ ผมต้องบอกว่าเต็นท์ที่วัสดุดีที่สุด แพงที่สุด แบรนด์ดังที่สุด อาจจะไม่ใช่เต็นท์ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณก็ได้ เพราะข้อจำกัดของแต่ละคนต่างกัน ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเดินทางโดยใช้รถเป็นหลัก รถถึงก็กางเต็นท์ตรงนั้นเลย ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เต็นท์ที่เน้นน้ำหนักเบาก็ได้ บางทีใช้แค่เต็นท์โพลีเอสเตอร์ เคลือบโพลียูรีเทน ราคาไม่แพง ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นนักเดินทางที่เน้นความเบา มีโอกาสเข้าป่าบ่อยครั้ง จำเป็นต้องใช้เต็นท์ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้น ผมก็แนะนำให้มองเป็นผ้าไนลอนเคลือบซิลิโคน หรือไม่ก็ผ้าคิวเบนไฟเบอร์ไปเลย ขึ้นกับงบประมาณและความจำเป็นของแต่ละคนครับ … ที่เขียนมายืดยาว ถ้าอ่านแล้วงงก็ง่ายๆครับ … โทรมาสอบถาม หรือ แวะเข้ามาดูที่ร้านพีทแอนด์พอล ก็ได้ครับ ร้านเรามีเต็นท์หลายแบบ ตั้งแต่ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผ้าไนลอนเคลือบซิลิโคน ทั้งด้านเดียวและ 2 ด้านให้ดู นอกจากนั้นถ้าอยากดูคิวเบนไฟเบอร์ เราก็มีของให้ชม (ชมเฉยๆนะครับ ถ้าอยากได้ต้องสั่งทำ)

แต่ก่อนสอบถาม ผมทิ้งคำถามเบื้องต้นในการเลือกซื้อเต็นท์ไว้ให้ตามนี้ครับ

  • ต้องการเต็นท์ขนาดสำหรับกี่คน ?
  • ต้องการพื้นที่เก็บของไว้ข้างในเต็นท์หรือไม่ ?
  • เน้นใช้งานสภาพอากาศแบบไหน หน้าร้อน หน้าฝน อากาศเย็นแค่ไหน ในประเทศ ต่างประเทศ ?
  • ลักษณะการขนเต็นท์ไปใช้ ใส่รถไป ใส่มอเตอร์ไซด์ จักรยาน หรือแบกใส่เป้เดิน ?
  • มีโอกาสจะเอาไปกางบนพื้นปูน หรือพื้นไม้ ที่ไม่สามารถปักสมอบกได้ไหม ?
  • เน้นเบาแค่ไหน ขนาดยอมสละความสะดวกสะบายบางอย่างได้หรือไม่ ?
  • ปกติเดินทางพกไม้เท้าเดินป่าไหม ?
  • ตั้งงบประมาณในใจไว้ด้วยนะครับ เพราะว่าเรามีตั้งแต่ราคาหลักพันจนถึงหลักหมื่นเลย

ลองพิจารณาคำถามนี้ก่อนนะครับ ถ้ามีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว เราก็สามารถที่จะเลือกเต็นท์ได้ง่ายขึ้นมากเลย

2 COMMENTS

Leave a reply